วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ประชากรชราภาพ และการเยียวยาหมัน Japan

ความเป็นมารดา ควรเป็นทางเลือกหนี่ง
Motherhood Is A Choice, Say Activists
By Suvendrini Kakuchi
TOKYO, Oct 28, 2010 (IPS)

เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ คานาโกะ นาชิมูระ ต้องการมีลูก แต่เธอถูกวินิจฉัยว่าท่อรังไข่ตัน  ด้วยแรงสนับสนุนจากสามีและญาติฝ่ายสามี เธอได้ลองวิธีการต่างๆ แต่ไม่ได้ผลสักอย่าง

เดี๋ยวนี้ นาชิมูระอายุ 55 ได้หย่าร้างกับสามีและอาศัยอยู่ตามลำพัง  เธอเล่าว่า “วิธีการต่างๆ นั้นก็เป็นเรื่องลำบากต่อร่างกายของฉันอยู่แล้ว แต่ความปวดร้าวทางจิตใจที่ต้องผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า ที่หมอบอกฉันในช่วงปีที่ผ่านมาว่าฉันไม่ได้ตั้งครรภ์ เป็นสิ่งที่เลวร้ายกว่ามาก”
            แต่เธอเล่าต่อว่า “ความเศร้าเสียใจของฉันลดลงบ้างแล้ว เมื่อฉันตระหนักว่า ทุกวันนี้ หญิงญี่ปุ่นถูกกดดันอย่างหนักจากสังคม ให้เป็นแม่  มันไม่ควรเป็นเช่นนั้น”
            นี่เป็นความเห็นร่วมจากนักกิจกรรมที่ Friends of Finrrage เครือข่ายผู้หญิงที่ตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น เพื่อยกประเด็นว่า การเป็นหมัน เป็นส่วนหนึ่งของการอภิปรายเกี่ยวกับสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ของผู้หญิง
            แต่ในขณะที่สภาพประชากรชราภาพของญี่ปุ่นเป็นเรื่องกังวลของนักวางนโยบาย  การอภิปรายเกี่ยวกับการเป็นหมันในประเทศนี้ กำลังตีวงแคบเข้ามาที่วิธีปฏิบัติที่มุ่งช่วยเหลือผู้หญิงที่ไม่สามารถมีบุตร
            ประเด็นที่ถูกมองข้าม คือ คำถามเช่น ความตั้งใจของผู้หญิงที่จะมีลูกในตอนแรก และความพร้อมในการรับผิดชอบหน้าที่นี้
            ซาโตโกะ นางาโอกิ ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัย Keio และสมาชิกของ Finrrage กล่าว “ในความเป็นจริง การขับเคลื่อนของเรา ซึ่งมุ่งที่การเป็นหมัน เราไม่เพียงแต่บอกว่า จำเป็นต้องมีการช่วยเหลือ แต่ยังบอกว่า มันเป็นสิทธิในการเลือกของผู้หญิงด้วย   แต่ในขวบปีที่ผ่านมา เสียงของพวกเราอ่อนลง  พวกเราต้องคัดค้านกระแสการรณรงค์เพื่อเพิ่มอัตราการเกิดที่มองจากจุดยืนของชาติและการแพทย์”
            ในสถานการณ์ดังกล่าว สมาชิกของ Finrrage ได้ลดลงจาก 1,000 คนในตอนต้นเมือ่เครือข่ายก่อตั้งขึ้นในปี 1991 มาเป็น 200 ในปัจจุบัน
            ด้วยอัตราการเกิดทารก 1.2 คนต่อหญิง 1 คน ในปี 2009 ญี่ปุ่น มีประชากรอายุต่ำกว่า 14 เพียง 14% หรือ 127 ล้านคน  ในทางตรงข้าม ประชากรอายุกว่า 65 ปี มีอยู่ 22.7%  นี่เป็นการเพิ่มแรงกดดันให้ผู้หญิงญี่ปุ่นมีลูก – และให้คนที่เป็นหมันต้องหาทางเยียวยา
            ในปี 2005 กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ยังได้เริ่มให้เงินสงเคราะห์สนับสนุนการทำปฏิสนธิเทียม (in-vitro fertilization)  โปรแกมนี้ได้ดึงดูดผู้หญิง 17,000 คนเข้าร่วมในปีแรก  ในปี 2009 ตัวเลขพุ่งสูงขึ้นถึงเกือบ 90,000 คน
            นักกิจกรรมสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ ได้เชื่อมโยงความหย่อนยานในการสนับสนุนให้ใช้ยาคุมกำเนิดในญี่ปุ่นกับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งพวกเธอกล่าวว่า มองผู้หญิงเป็น “เครื่องจักรผลิตทารก” มากกว่าเป็นปัจเจกบุคคลที่มีความใฝ่ฝันมากกว่าการเป็นมารดา -- และผู้ควรได้รับอนุญาตให้ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลว่าพวกเธอต้องการจะมีลูกหรือไม่
            ยาเม็ดคุมกำเนิด ซึ่งมักจะถูกเรียกว่า เป็นสัญญลักษณ์ของ “ความก้าวหน้าของสตรีนิยม” ได้ถูกนำเข้าสู้ญี่ปุ่นในปี 1999 หรือ หลายทศวรรษหลังประเทศอื่นๆ
            ทุกวันนี้ คลีนิคนรีเวชทั่วไปมีขายยาคุมกำเนิดในราคาแพง  ประกันสุขภาพไม่จ่ายค่ายาคุมกำเนิดให้ ในแต่ละปี ผู้หญิงอาจต้องจ่ายค่ายาคุมกำเนิดสูงถึง 1,000 ดอลลาร์ ไม่รวมค่าตรวจร่างกายก่อนที่หมอจะยอมจ่ายยา
            มีผู้หญิงเพียง 3%     ในช่วงอายุ 16-49 ที่ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดในญี่ปุ่น เมื่อเทียบกับ 43% ในหมู่ผู้หญิงในช่วงอายุเดียวกันในฝรั่งเศส
            ไม่น่าแปลกใจที่ ถุงยางอนามัยได้เป็นเครื่องคุมกำเนิดยอดนิยมในประเทศนี้  ซึ่งนักกิจกรรมบอกว่า เป็นการตอกย้ำบทบาทหญิงชายดั้งเดิมที่ผู้หญิงต้องพึ่ง/ตามผู้ชายในการวางแผนครอบครัว
            เมื่อเร็วๆ นี้ ความเชื่อที่ว่า ผู้หญิงจะมีความสุขที่สุดเมื่อพวกเธอมีลูก ได้ถูกตอกย้ำโดยการประโคมข่างของสมาชิกรัฐสภาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในญี่ปุ่น
            เซอิโกะ โนดะ ซึ่งมีบทบาทสูงในการเมืองญี่ปุ่นตั้งแต่เธออายุเพียง 26 ปี ได้ประกาศว่า ในที่สุดเธอได้ตั้งึครรภ์ในวัย 49 ด้วยเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ ด้วยการใช้ไข่บริจาคของหญิงอายุ 20 กว่าจากสหรัฐฯ
            ในปีก่อนๆ เธอได้เขียนหนังสือเล่าถึงความพยายามที่ล้มเหลวในการมีลูกกับคู่ชีวิตของเธอในขณะนั้น ด้วยการใช้เทคนิคเจริญพันธุ์ต่างๆ   ตอนนี้ เธอมีคู่ชีวิตใหม่ โนดะแถลงต่อสื่อในเดือนนี้ “มันเป็นสิ่งเร้นลับ (ในการตั้งครรภ์)  ทั้งจักรวาลอยู่ที่นี่ (ในท้องของฉัน)”
            ที่น่าสนใจคือ โนดะไม่เคยสมรสอย่างเป็นทางการ อันเป็นการประท้วงกฎหมายญี่ปุ่นที่ว่า สามีและภรรยาจะต้องเลือกใช้นามสกุลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะยังคงใช้นามสกุลแยกกันไม่ได้หลังจากแต่งงาน  อันนี้ได้สร้างภาพพจน์ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ฝ่าฝืนปทัสถานของสังคมที่มีชายเป็นใหญ่
            ความจริงที่ว่าโนดะเริ่มลองตั้งครรภ์เมื่ออายุ 40 ก็สอดคล้องกับหญิงญี่ปุ่นในวิชาชีพต่างๆ ที่แต่งงานช้า และกำลังวางแผนมีลูกเมื่ออายุ 30 หรือ 40
            แต่ นางาโอกิ แห่ง Finrrage โอดครวญว่า เรื่องของโนดะได้ทำให้ ประเด็นหมันเป็นเรื่องของการใช้เทคโนโลยี ลดความสำคัญของสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ของผู้หญิง
            คูนิโอะ คิตาทูระ ผู้อำนวยการของคลีนิควางแผนครอบครัวของญี่ปุ่น ทำนายว่า “ความจำเป็น” ในการเยียวยาการเป็นหมันจะเพิ่มขึ้นในประเทศนี้  เช่นเดียวกับสมาชิกของ Finrrage เขาได้ย้ำถึงความสำคัญในการให้การศึกษาเรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ที่ผนวกรวมประเด็นสิทธิสำหรับผู้หญิงด้วย

dt/11-3-10

แนะนำ FemPop

http://www.fempopculture.blogspot.com/

FemPop
เป็นการริเริ่มขององค์กรจิตวิทยาของผู้หญิง (Society for the Psychology of Women) ที่ใช้กรอบคิดสตรีนิยมในการตรวจสอบ วิพากษ์ และโต้ตอบกับทัศนคติ ภาพพจน์ ดนตรี และสื่อต่างๆ ที่แพร่หลายอย่างกว้างขวาง และที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาทางจิตวิทยาของเด็กหญิงและผู้หญิง

29 ตุลาคม 2010
คำนำ “ยินดีต้อนรับ”

Popular culture (วัฒนธรรมป๊อบ) เป็นเรื่องของฉัน  ฉันศึกษามัน เสพมัน และเมื่อฉันรู้สึกดลใจ ฉันก็สร้างมัน   ฉันจำไม่ได้ว่ามีช่วงเวลาใดในชีวิต ที่ภาพพจน์และความคิดของวัฒนธรรมป๊อบจะไม่มีผลต่อวิธีการเคลื่อนตัวของฉันในโลกนี้   อันนี้ไม่ได้หมายความว่า ฉันเป็นเพียงผู้รับที่เฉื่อยชา ต่อทุกสิ่งที่สื่อโยนใส่ฉัน ทั้งที่เป็นขยะ (และอัญมณี!)   ฉันฉลาดพอที่จะรู้ว่า ฉันไม่สามารถเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้คนบอกฉัน   ดังนั้น ฉันจึงมีประวัติศาสตร์อันยาวนานของการตั้งคำถาม ท้าทาย และรวมทั้งปฏิเสธความคิดป๊อบที่ดูไม่เข้าเรื่องกับความเข้าใจของฉันเกี่ยวกับแก่นแท้ตัวจริงของฉัน
            แต่เราต้องยอมรับว่า สื่อ-เจ้าความคิดรวมหมู่สาธารณะที่แพร่หลายนี้-เป็นพลังที่มีอำนาจมาก   เพลง วีดีโอ ภาพยนตร์  sitcoms, reality shows, แมกกาซีน  ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ การประโคมข่าวในรูปแบบการล้อเลียนผู้มีชื่อเสียง แม้แต่ละครของโรงเรียนมัธยมที่เสียดสีการเมือง ล้วนแทรกซึมไปทั่วทุกมิติในชีวิตประจำวันของพวกเรา  ดังนั้น เราอาจตั้งสมมติฐานได้ว่า พวกเราทุกคน ที่เดินออกไปสู่โลกภายนอกและยังมีหู ตา จิตใจเป็นปกติ จะต้องได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมป๊อบ
            ในฐานะที่เป็นเด็กวัยรุ่น ความคิดที่ว่า ฉันควรจะต้องการแต่งตัวอย่างไร ฉันควรจะต้องการที่จะโปรยเสน่ห์ให้ใคร แม้แต่ความคาดหวังของฉันต่อเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นนั้นๆ ว่าจะคลี่คลายออกมาอย่างไร ล้วนมาจากวัฒนธรรมป๊อบ  ฉันโชคดีพอที่มีพ่อแม่ ครอบครัวขยาย และเพื่อนๆ ที่ช่วยเป็นเครื่องกันแรงกระแทกจากข้อมูลข่าวสารที่บ่อนทำลาย  ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ยืดผม หรือเริ่มออกเดทเร็วเกินไป เพียงเพื่อดึงดูดเด็กผู้ชาย  ฉันไม่กล้าขอแต่งตัวด้วยชุดที่แนบเนื้ออวดทรวดทรงหรือโชว์เนื้อหนังมังสามากเกินไป   ฉันพอใจกับการทำตัวต่างจากคนอื่นๆ ที่ดูเหมือนเป็นมาตรฐานที่แพร่หลายในขณะนั้นไหม?  ไม่เลย  ไม่มีเด็กหญิงอายุ 14 คนใดต้องการจะยืนอยู่โดดเดี่ยวเกินกว่าที่พวกเธอรู้สึกและได้ทำอยู่  แต่ฉันอยากจะเปลี่ยนประสบการณ์นั้นไหม?  ไม่อีกนั่นแหละ  การที่สามารถกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารป๊อบ ทำให้ฉันมีพื้นที่ส่วนตัวเพื่อพัฒนาสู่การเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง และมีความสามารถเพียงพอ  ไชโย!  จบแล้ว
            หรือไม่  อาจเป็นสิ่งดีถ้ารวบรวมผลกระทบของวัฒนธรรมป๊อบเป็นชุดประสบการณ์กล่องหนึ่งที่ “เกิดขึ้นได้กับเด็กวัยรุ่นเท่านั้น”  แต่ว่า แม้แต่ในฐานะผู้ใหญ่ ฉันก็ยังคงดิ้นรนต่อสู้กับภาพพจน์ที่ฉันเผชิญหน้าอยู่ทุกวันนี้  และถ้าฉันไม่ระวังใส่ใจ ฉันรู้สึกได้ว่า เจ้าข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ ก็จะสามารถแทรกซึมเข้าไปในความเป็นตัวตนของฉัน ซึ่งมีผลต่อความคิดเห็นของฉันต่อชีวิตของฉัน และความปรารถนาของตัวฉันเอง   ครอบครัวของฉันควรมีหน้าตาอย่างไร?  ชีวิตศาสนาของฉันควรเป็นเช่นใด?   คำตอบสำหรับคำถามหนักหัวเหล่านี้ ถูกเผยแพร่อยู่ในวัฒนธรรมป๊อบทั่วไป  และเป็นการง่ายที่ฉันจะรับมาเป็นของตัวเอง  แต่ถ้าปราศจากการวิเคราะห์ ปราศจากการยั้งคิดที่พิเคราะห์ความคิดเห็นเหล่านี้ในบริบทที่กว้างขึ้นที่สามารถสะท้อนถึงค่านิยมของฉัน ก็จะเป็นการยอมสยบให้สิ่งที่แพร่หลายอยู่ ตัดสินใจว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับฉัน
            ดังนั้น ฉันจึงอยู่ที่นี่ จดโน็ต และตรึกตรองถึงวิธีการที่วัฒนธรรมป๊อบยังคงมีอิทธิพลต่อชีวิตของฉัน และชีวิตของเด็กหญิงและผู้หญิงทั่วโลก  และฉันหวังว่า ฉันจะไม่โดดเดี่ยวในวิถีทางนี้  ขอให้พวกเรามาคุยกัน คิดร่วมกัน หยิบสิ่งที่มีสาระสำหรับเรา และทิ้งสิ่งไร้สาระ  ไม่ใช่เพียงเพราะเราสามารถทำเช่นนั้นได้ แต่เพราะเราต้องทำเช่นนั้น  ดังนั้น ขอให้พวกเราเดินหน้าไปด้วยกันเถิด!

FemPop
An Initiative of the Society for the Psychology of Women: Using a feminist framework to examine, critique, and respond to the popular attitudes, images, music, and other media that affect the psychological development of girls and women.

Friday, October 29, 2010

Popular culture is my thing. I study it, consume it, and when I’m feeling particularly inspired, I  create it. I cannot remember a time in my life when the images and ideas of popular culture did not affect how I moved in the world. This is not to say that I was and am a passive receptacle for all the junk (and gems!) that media seems prone to throw at me.  I’m smart enough to know that I can’t believe everything people tell me. So I carry a long history of questioning, challenging, and even rejecting popular ideas that don’t quite jibe with my understanding of my authentic self.
But let’s be honest. Media, this popular, public collection of ideas, is a powerful force. The songs, the videos, the movies, the sitcoms, the reality shows, the magazines, the billboards, the ever-publicized antics of true and aspiring celebrities, even the high school-esque drama of the political scene permeate every aspect of our daily lives. So it seems safe to assume that all of us, everyone who goes out into the world with their eyes and ears and mind intact, is influenced by popular culture.
As a teen, ideas about how I wanted to dress, who I wanted to attract, even my expectations for how those exciting encounters would play out came from popular culture. I was fortunate enough to have parents, extended family, and friends who could help buffer some of the more damaging messages. I was not allowed to straighten my hair or start dating too early just for the sake of attracting boys. I dared not ask to wear anything that hugged my developing form too closely or showed too much skin. Did I enjoy being so different than what seemed to be the popular/norm? No. Of course not. No fourteen year old wants to stand out even more than they feel they already do. But would I change that experience? Again, no. Being able to filter the popular messages gave me the space to develop into a self-assured, competent woman.  Hooray! The End.
Or not. It would be nice to package the impact of popular culture into the “it only happens to teens” box. But even as an adult I continue to struggle with the images that confront me, and if I’m not vigilant, I can feel these message seeping into my self-concept, affecting my opinions about my own life and my own desires. What should my family look like? Who should I partner with? How much money should I make? What should my religious life be? Answers to these serious life questions are disseminated throughout popular culture. And it’s easy to adopt them as my own. But without some sort of analysis, without taking a moment to place these ideas in a greater context that reflects my own values, is to let the popular decide what is best for me.
And so I am here. Taking note. And reflecting on the ways that popular culture continues to influence my life and the lives of girls and women around the world. And it’s my hope that I won’t be alone in this. Let’s talk. Let’s think. Let’s take what makes sense, and reject what doesn’t. Not just because we can, but because we must. So let’s go!  

THE SOCIETY FOR THE PSYCHOLOGY OF WOMEN
This blogsite is being hosted by the Society for the Psychology of Women of the American Psychological Association and is meant to facilitate reflection and dialogue but the individual posts should not be interpreted to necessarily represent the stance of the American Psychological Association nor the Society for the Psychology of Women as a whole.
RECOMMENDED READINGS
An ever-growing group of folks committed to the mission of calling out, challenging, celebrating, and critiquing the popular. Take a look:

A well-researched, oft-cited report examining popular culture's role in promoting a hypersexual adolescent girl trope.

An articulation of progressive feminist visions by scholar-activists of color who came of age as a part of the Hip Hop generation.

In addition to the posts, check out her recommended blogs and links!