วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

คน-ชาติไทย-ประชาคมโลก-หลากมิติ

โลกซ้อนมิติ: ไทย

-          “รัฐชาติ” เป็นระบบคิดที่ยืมมาจากตะวันตก และเป็นความรู้เชิงเดี่ยว ที่ลดทอนความจริงที่ซับซ้อนของสังคม
-          เมื่อความคิดรัฐ + พัฒนา ในกรอบความมั่นคงของชาติ
o       กัดกร่อน ฐานชีวิต การดำรงชีพของ
§        คน (ความสัมพันธ์ หญิง-ชาย เด็ก-ผู้ใหญ่ คนชรา อาชีพต่างๆ)
§        ครอบครัว
§        ชุมชน
o       ให้คนเป็นปัจเจก ง่ายต่อการควบคุมและจัดการ
-          ในกรอบคิดความมั่นคงของมนุษย์ (หลังสงครามเย็น)
o       ต้องการรื้อฟื้น เยียวยา สิ่งที่หุ้มห่อคน และศักดิ์ศรีของความเป็นคน
o       คนเป็นศูนย์กลาง = สิทธิมนุษยชน
-          แต่สงครามตะวันออกกลาง ยิว-อาหรับ ที่มหาอำนาจ
o       ย้อนประวัติศาสตร์ ทวงที่ดินคืนให้ยิว ด้วยการขับชาวปาเลสไตน์
o       ยึดครองดินแดนที่อุดมไปด้วยน้ำมัน เพื่อขับเคลื่อนระบบอุตสาหกรรม/ทุนนิยม และวิถีเมือง
o       กลายเป็นสงครามยืดเยื้อเรื้อรัง ตั้งแต่หลังสงครามโลก จนในที่สุด กลายเป็นการจู่โจม 9/11
o       เริ่มศักราชสงครามโลกใหม่ ขัดขวางไม่ให้ศตวรรษที่ 21 ก้าวสู่สันติภาพ ดั่งจินตนาการหลังกำแพงเบอร์ลินถล่มใน 1990
-          สงครามการแย่งชิงทรัพยากร—น้ำมัน น้ำ ที่ดิน แร่—เพื่อถลุงในเครื่องจักรอุตสาหกรรม และการผลิตอาวุธสงคราม รวมทั้งการแสวงหา “โลกใบใหม่”  กลายเป็นการรีดไถ บีบคั้น เกินกำลังการหมุนเวียนของระบบนิเวศน์ สร้าง/เติมทรัพยากรของโลกตามธรรมชาติ
o       การปฏิรูป เป็นเรื่องเร่งด่วน ไม่เพียงในแต่ละประเทศ
o       ต้องมีการปฏิรูป ทั่วโลก
o       มิฉะนั้น ก็ไม่มีทางรอดสำหรับมนุษยชาติ เพราะโลกไม่สามารถรองรับความโลภ และความอกตัญญูของมนุษยชาติได้...ต่อไป
-          มิติหญิงชาย เป็นเรื่องของปัญญามากกว่าการแย่งชิงอำนาจระหว่างหญิงชาย
o       การพัฒนาในกรอบความมั่นคงของชาติ ไม่เห็นคน
o       กรอบความมั่นคงของมนุษย์ ก็ยังมองคนเป็นก้อนๆ ขาดมิติหญิงชาย
o       จำเป็นต้องเริ่มจากมิติหญิงชาย เพื่อให้เห็นรายละเอียดของการรวมหมู่ ความซับซ้อน และศักยภาพของคน (อายุ ชาติพันธุ์ ความสามารถ ถิ่นที่ ฯลฯ) มากกว่าปัจเจกเปล่าเปลือย
o       คนต้องมีบริบท ประวัติศาสตร์ ปฏิสัมพันธ์ ไม่ใช่อยู่ได้ในสุญญากาศ
o       การสร้างคน จึงเป็นงานสำคัญพอๆ กับการปรับแก้โครงสร้าง
o       ที่สำคัญ ต้องเริ่มจากตัวเอง และสัมพันธ์กับหมู่คณะ เพื่อสร้างความเป็นชุมชนใหม่
o       เพราะชุมชนเก่า มันเสื่อมโทรม หากยังไม่ล่มสลายไปแล้ว
-          “สังคมเป็นธรรมได้ หากนโยบายมีมิติหญิงชาย”
o       การรื้อฐานคิด เรียนรู้จากกัน เพื่อหาทางรอดร่วมกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญ
o       อำนาจไม่ได้ให้กันง่ายๆ  โดยปราศจากการเปลี่ยนแปลง
o       แต่การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นตลอดเวลา



แผนผังโลก/ไทยที่มีมิติต่างๆ ซ้อนกันอยู่ ตามที่เห็น (ดรุณี)
โครงสร้าง
สังคม
การเมือง
เศรษฐกิจ
(สิ่งแวดล้อม/นิเวศน์)
ยุคก่อนๆ
ความสัมพันธ์

-วัฒนธรรม อุปนิสัย
-ขนบธรรมเนียม  ประเพณี
-พีธีกรรม ความเชื่อ
  -ผี
  -พุทธ
  -พราหมณ์
-ค่านิยม
-สุนทรีย์แห่งชีวิต

ระหว่างมนุษย์ (การอบรม การถ่ายทอดความรู้)
-ครอบครัว
-ชุมชน
 -วัด (ม้ศยิด)
 -ผู้อาวุโส

การเรียนรู้
-อักขระ (วัด)
-ทักษะ (หมอต่างๆ ศิลปะ ช่าง ฯลฯ)
-ในครัวเรือน
 -งานจัดการ/ดูแล สารทุกข์สุกดิบ
 -การสั่งสอน บ่มเพาะ (ดี ชั่ว)
 -ทักษะการดำรงชีวิต

เชิงอำนาจ
-การตัดสินใจ
-การแก้ไขความขัดแย้ง


การปกครอง
-ระบบเจ้า-ไพร่/ศักดินา
-กระจายอำนาจ
  -กฎหมายหลวง
  -จารีตท้องถิ่น

(ทำศึกกับอาณาจักรเพื่อนบ้าน แย่งคน แย่งเขต แย่งเส้นทางค้าขาย)

วิถีชีวิต
-ทำมาหากินเลี้ยงชีพ
-ใช้และจัดการทรัพยากรธรรมชาติ (ดิน น้ำ ป่า เมล็ดพันธุ์ สัตว์)
-อุปกรณ์ และเทคโนโลยี “เหมาะสม”
-แลกเปลี่ยน/ค้าขาย
 -kind
 -service
 -cash

การผลิต-ครัวเรือน ไม่แยกจากกัน

ภาษา ศัพท์ สำเนียง
การละเล่นเด็ก ผู้ใหญ่
อาหารการกิน
การแต่งกาย
มารยาท พิธีการ
การแสดง
เกษตร (ประมง) ยังชีพ
ข้าว

ศิลปหัตถกรรม
ปัจจัย 4
อาหาร
เครื่องนุ่งห่ม
ยารักษาโรค
ที่อยู่อาศัย
ยุคใหม่
(หลัง WWII)
กฎหมาย
กระบวนยุติธรรม

ระบอบประชาธิปไตย
-รัฐธรรมนูญ
-สถาบันพระมหากษัตริย์
-สถาบันพุทธศาสนา

ครอบงำ
-ทหาร
-ทหาร-ตำรวจ ขัดขา
-ทุนมหภาค

แผนความมั่นคงแห่งชาติ (ลับ)
-anti communism (till 1990)
-anti terrorism (post 9/11, 2001)
ทุนนิยม
 -กรรมสิทธิ์ปัจเจก
 -เก็งกำไร
 -เงินตรา

เป้าหมาย
 -วิถีเมือง
 -มนุษย์เงินเดือน
 -บริโภคนิยม


แผนพัฒนาเศรษฐกิจ & สังคม 5 ปี
-จีดีพี
-ดัชนีอื่น
ฐานการผลิต
1-ทุน
2-แรงงาน
3-เทคโนโลยี
 -อุตสาหกรรม
 -ปฏิวัติเขียว
4-ทรัพยากร ธรรมชาติ
 -ที่ดิน
 -น้ำ
 -ป่าไม้
 -แร่ธาตุ
5-พลังงาน: น้ำมัน เชื้อเพลิง ไฟฟ้า
การพัฒนา
(ทฤษฎีกระแสหลัก)
มนุษย์ (HRD) = ทรัพยากร
-การศึกษา (วิชาชีพสู่ตลาดแรงงาน)
-สาธาณสุข

เริ่ม 1990 ...
มนุษย์ (HD) = เป้าหมายของการพัฒนา
-ความมั่นคงของมนุษย์






ยอมรับ plurality
ธรรมาภิบาล (Good Governance)
การปกครอง
-ชาติ
-ท้องถิ่น
ประชาสังคม (Civil Society)
-ประชาชนมีส่วนร่วม (participation)
การผลิต/การบริการ/ธุรกิจ/พาณิชย์/
ธนาคาร
-ในระบบ
-นอกระบบ
ภาคส่วน
-เมือง/อุตสาหกรรม
-ชนบท/เกษตร

ต่อมาพัฒนาเพิ่ม
-Global assembly line
-FTA, etc


คน
(แยกเป็นส่วนๆ เพื่อรองรับเศรษฐกิจจีดีพี)
ประชาชน

ชนกลุ่มใหญ่ (ชนชาติ)
-ชนชั้น (ฐานะ)
-เพศ / เพศวิถี


ชนกลุ่มน้อย
-ชาติพันธุ์
-ศาสนา
-คนต่างด้าว
นักการเมือง
พลเมือง (สัญชาติ)



สิทธิ์ (1990s…)
-มนุษยชน
-เด็ก
-ผู้หญิง
-ชนดั้งเดิม
ฯลฯ

ผู้ประกอบการ
-ขนาดเล็ก
-ขนาดกลาง
-ขนาดใหญ่
-ข้ามชาติ

คน
-นักลงทุน
-แรงงาน
 -วิชาชีพ/ศึกษาสูง (พลังสมอง)
 -.ไร้ฝีมือ/ศึกษาต่ำ (แรงงานราคาถูก)

กลไก

Int’l
UN
WB/IMF
WTO
Etc.

ASEAN
ระบบการศึกษา
-สถาบันอุดมศึกษา
-โรงเรียน

ระบบยุติธรรม
-การฟ้องร้อง / นิติรัฐ
-ทนาย
-อัยการ
-ผู้พิพากษา
-ตำรวจ

สื่อ (ค่านิยมใหม่)
-ภาพยนต์
-ดนตรี เพลง

ศาสนา
-พาณิชย์
-การเมือง
-จิตวิญญาณ
ประชาธิปไตย
-เลือกตั้ง
-พรรคการเมือง

รัฐ
-รัฐบาล / ครม
 -นักการเมือง
 -นักวิชาการ
 -ผู้เชี่ยวชาญ
-กระทรวง หน่วยงาน
 -ข้าราชการ

กองทัพ
  -กลาโหม-กองทัพ

ปกครอง
-มหาดไทย
 -เมือง/ชนบท
 -เมืองหลวง/ภูมิภาค

การเงิน
 -การคลัง
  -BOI การดึงทุน
  -ธ.แห่งประเทศไทย
  -SET หุ้น

Infrastructure
-ICT (เทคโน ใหม่)
-สื่อสารคมนาคม

ผลิต
 -เกษตร
  -ชลประทาน
  -ทรัพยากร ธรรมชาติ
 -อุตสาหกรรม

-พาณิชย์

Public serviceบริการ
 -การศึกษา
 -สาธารณสุข

สวัสดิการ
-พัฒนาสังคม&ความมั่นคงมนุษย์
-แรงงาน

นักการเมือง
 -พรบ
…+ นักวิชาการ
 -แผน และนโยบาย

ข้าราชการ
 -กฎระเบียบ
ผู้ผลิต-ผู้บริโภค
 -ค่าจ้าง/เงินเดือน

การลง “ทุน” / กิจการ
-ครอบครัว
-ชุมชน
-หุ้นส่วน / มหาชน
-รัฐวิสาหกิจ

-ข้ามชาติ ห้างสรรพสินค้า สะดวกซื้อขนาดยักษ์ (บดขยี้ร้านรวงข้างบ้านรายย่อย)


บีบกิจการค้าอิสระ ให้อยู่ในกลไกทุนมหึมา
-ชาวนา (เลี้ยงชีพติดดิน)
-ผู้ประกอบการรายย่อย/อิสระ (เลี้ยงครอบครัวไปด้วย)
สื่อ
-โฆษณา ชักนำให้คนอยากไม่มีที่สิ้นสุด

ระบบกระตุ้นความโลภ – กำไร

โรงงานผลิตไม่มีที่สิ้นสุด
-ลดต้นทุน
-กำไรสูงสุด

มนุษย์ถูกฉีกออกจากธรรมชาติ

ปัจจัย 4 ไม่เพียงพอสำหรับชีวิตอีกต่อไป

à ย้ายถิ่นเพื่อโอกาสชีวิตที่ดีกว่า
อาการ
ไม่ดี
ครอบครัว/ชุมชนล่มสลาย
 -เด็กขาดความรัก/อบอุ่น/ถูกละเมิด
 -ความรุนแรงต่อผู้หญิง

โรค
 -โรคภัยเดิมๆ หวลคืนมา
 -โรคใหม่รุนแรง / ระบาด
  -กาย
   -เพศสัมพันธ์
   -ระบบหายใจ
   -ภูมิแพ้
   -บริโภคเกิน (อ้วน)
   -พิการ
  -จิตใจ
   -เครียด
   -เกลียด กลัว
   -ซึมเศร้า

EQ, IQ ต่ำ
อำนาจกระจุก

คอรัปชั่น

ไร้ยางอาย (หิริโอตัปปะ)

ต้นแบบผู้นำเสื่อมโทรม “โกงไม่ถูกจับ คือ เก่ง”

ประชาชนแตกสามัคคี

(พม่า ทหารกุมอำนาจ ทำให้เกิดสงครามปราบปรามประชาชนของตนเอง ซึ่งลี้ภัยมาอยู่ไทย เป็นคน/แรงงานต่างด้าว    ความอุดมด้วยทรัพยากร ธรรมชาติ/แหล่งพลังงาน ทำให้ประเทศ เช่น จีนค้าต่อ ... การค้าทุนนิยม/กำไร ไม่มีมิติศีลธรรม ความเป็นมนุษย์ ... ไม่จำกัดแค่จีน)
ความยากจน
-ขาดการจ้างงาน (ค่าจ้างต่ำเกินการยังชีพ ระดับ?)
-หนี้สิน (สาเหตุ?)

ทำงานหนักเกินตัว เกินค่าจ้างอย่าง
-มีทางเลือก
-ไม่มีทางเลือก

การค้ามนุษย์
การค้ายาเสพติด
การค้าอาวุธสงคราม

ระบบนิเวศน์ล่มสลาย
-โลกร้อน
-อุตุผันผวน

สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม
-มลภาวะ
-โรคจากที่ทำงาน
-โรคจากขยะโรงงาน
-ห่วงโซ่อาหารปนเปื้อน

การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ

การละเมิดสิทธิ์
-แม่โพสพ (เมล์ดพันธุ์พืช)
-แม่ธรณี (การขุดเจาะเกินพอ)
-แม่คงคา (สารอันตรายทั้งหลาย)
-แม่ผู้ให้กำเนิด (ค้าหญิง/ประเวณี ลอยแพแรงงานทญิง)
อาการ - ดี
ผู้หญิง (ที่มีโอกาส) ได้รับการศึกษาสูง
-โลกทัศน์
-อิสระ ทางเลือก

ช่องทางข้อมูลข่าวสารเพิ่ม

มีเงิน
-ซื้อได้เกือบทุกอย่าง
-สะดวกสบาย
ประชาสังคมเริ่มมีบทบาท
-สงเคราะห์ บริการ
-ตรวจสอบ
-ผลักดันนโยบาย
การติดต่อข้ามชาติกระตุ้นให้คิดหาทางเลือกในการผลิต
-ตลาดทางเลือก เช่น fair trade, green market, etc.

การต่อสู้
มโนธรรม
จิตวิญญาณ

-บ่มตน (ภายใน)
-จัดการสังคม (ภายนอก)

เรียนรู้จากอดีต
ก้าวไปข้างหน้า
-สร้างคน
-เยียวยา
-ฟื้นฟู

เรียนรู้ใหม่
จิตสำนึก
-ผู้นำ
-ผู้ตาม


การกระจาย
-อำนาจปกครอง/ตัดสินใ
-สิทธิ์
-หน้าที่รับผิดชอบ สอดคล้องกับทักษะ
-การตรวจสอบ/เชื่อถือ
สมดุลในการยังชีพ
-เศรษฐกิจ-ศีลธรรม

“อยู่เพื่อกิน หรือ กินเพื่ออยู่”
-อยู่อย่างไร  กับใคร เพื่ออะไร
ฐานชีวิต
(อากาศ บรรยากาศ ดิน น้ำ ป่า แร่ธาตุ คน-สัตว์-พืช)

ฐานกำไรเม็ดเงิน/จีดีพี
(เครื่องจักร เทคโนโลยี โลภ/อหังการ์/อวิชชา)



ระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน
เมือง
ชนบท
ในระบบ


นอกระบบ





ระบบการผลิต/ความสัมพันธ์
พาณิชย์
ทางเลือก /ภูมิปัญญาท้องถิ่น
เกษตร ประมง ฯลฯ


อุตสาหกรรม




โลกไม่ได้แบ่งเป็นขาวดำ ยังมีพื้นที่สีเทาอีกมากมาย ในทุกๆ อย่างที่แสดงในแผนผังนี้
ความเหลื่อมล้ำ เป็นธรรมชาติ แต่ถ้าขาดความชอบธรรม ก็กลายเป็นการกดขี่เลือกปฏิบัติ

เมื่อทฤษฎีสวนทางปฏิบัติ: ชีวิตจริงของการเมือง Brazil

เรื่องเศร้าที่น่าหัวเราะของการเมือง
บทวิเคราะห์โดย มาริโอ โอซาวา

BRAZIL
The Ironies of Politics
Analysis by Mario Osava
RIO DE JANEIRO, Nov 2, 2010 (IPS)

เรื่องเศร้าที่น่าหัวเราะของการเมือง คือ หลักการที่พรรคยึดถือ ที่มักจะขัดแย้งกับวิธีปฏิบัติ ในระหว่างการเดินหมากต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่ง หรือบริหารอำนาจ   การเลือกตั้งของบราซิล ซึ่ง ดิลมา รูซเซฟฟ์ (Dilma Rousseff) ได้รับเลือกเป็นประธาธิบดีหญิงคนแรก เป็นตัวอย่างของความขัดแย้งนี้
            พรรคสังคมประชาธิปไตยบราซิล (Brazilian Social Democratic Party, PSDB) ที่พ่ายแพ้ กลับลำชิดขวา ทั้งๆ ที่ผู้ลงสมัครเป็นลูกหม้อหัวซ้าย  นั่นคือ  โฮเซ เซอร์รา อดีตผู้นำนักศึกษาที่เนรเทศตัวเองหลังจากทหารปฏิวัติในปี 1964  และ ผู้ตั้งพรรคที่มีชื่อเสียงกว่า หรือ อดีตประธานาธิบดี เฟอร์นานโด เฮนริคเก คาร์โดโซ
            พรรค PSDB ก่อตั้งขึ้นในปี 1988 เป็นพรรคเอียงซ้ายนิดๆ อยู่ระหว่าง PT หรือพรรคคนงานที่ยึดลัทธิสังคมนิยมแบบหัวรุนแรง และกระแสอนุรักษ์แบบดั้งเดิม    พรรค PSDB ถูกมองว่าเป็นกระแสสู่ยุคใหม่  เป้าประสงค์ในยุคแรกประการหนึ่ง คือ จัดตั้งระบอบรัฐบาลในรูปแบบรัฐสภาในบราซิล ซึ่งตอนนั้นถูกปฏิเสธจากประชามติ
            เมื่อ คาร์โดโซ—มีชื่อเล่นว่า “เจ้าชายของนักสังคมวิทยาทั้งหลาย”—ได้เป็นประธานาธิบดีตั้งแต่ 1965 ถึง 2003  รัฐบาล PSDB ก็ยอมจำนนกับความคิดทางเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่นิยม (ประชานิยม) และยอมรับนโยบายเสรีนิยมใหม่   การแปรทรัพย์สินของชาติให้เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัว และรัฐวิสาหกิจให้เป็นธุรกิจเอกชน กลายเป็นป้ายใหญ่ของคาร์โดโซ  และพรรค PT ซึ่งขณะนั้นเป็นฝ่ายค้าน ได้ฉวยโอกาสที่ประชาชนไม่พอใจกับมาตรการนี้
            ในทางกลับกัน เมื่อผู้ลงสมัครของพรรค PT  ลูอิส อินอซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inácio Lula da Silva) ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีในปี 2002 และ 2006 พรรคก็ได้ขยับไปสู่กลางเอียงซ้าย สู่อุดมคติของสังคมประชาธิปไตย (ideals of social democracy)
ลูลาได้ปรับลำดับความสำคัญของนโยบาย—และขยายมาตรการบางอย่างของอดีตผู้นำอย่างมหาศาล—ส่งผลให้ถอนประชาชน 20 ล้านคนออกจากปลักความยากจน  ขยายพื้นที่ชนชั้นกลาง และสร้างงานในระบบ 14 ล้านตำแหน่ง
การแยกขั้วของพรรคทั้งสอง คือ แต่ละพรรคมีฐานเสียงกว้างขวางมาก ได้บังคับให้พรรค PSDB สร้างพันธมิตรกับภาคส่วนที่อนุรักษ์นิยมสุดๆ  เช่น ดีโมแครต (Democrats กลางเอียงขวา) ซึ่งเป็นชื่อใหม่สำหรับ แนวหน้าเสรี (Liberal Front) ที่มีนักการเมืองร่วมรัฐบาลเผด็จการในช่วง 1964-1985
ในระหว่างการรณรงค์เลือกตั้งเร็วๆ นี้ ลูลา สามารถอาศัยความเป็นผู้นำยอดนิยมของเขา ถ่ายโอนคะแนนเสียงที่สนับสนุนเขาให้ รูซเซฟฟ์    การลงสมัครของ เซอร์รา ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มขวา รวมทั้ง คาธอลิคและนักเผยแพร่ศาสนาอนุรักษ์นิยม (conservative Catholics and Evangelicals)  การรณรงค์ที่ใส่ร้ายป้ายสี รูซเซฟฟ์ บนอินเตอร์เน็ต และในโบสถ์ ได้ใช้เรื่องการทำแท้งและศีลธรรมเป็นประเด็นหลัก
ดังนั้น PSDB ได้ขยับจุดยืนไปที่ขวา เล่นบทที่เหมือนกับพวกอนุรักษ์นิยมในระบบสองพรรค ในขณะเดียวกันก็สลัดต้นตอรากเหง้า หรือความคิดเชิงการเมืองของสมาชิกพรรคหลายๆ คนทิ้ง
ลูลาและพรรค PT ก็ใช่ว่าจะปลอดจากการแปรพักตร์  ในตอนแรก พรรค PT รณรงค์หาเสียงในฐานะเป็นแชมเปี้ยนเชิงจริยธรรม แต่ทุกวันนี้ ถูกมองว่า เป็นสัญลักษณ์ของการคอรัปชั่น ในความเห็นของสาธารณชนส่วนใหญ่ อันเนื่องมาจากข่าวอื้อฉาวต่างๆ ที่สั่นคลอนการบริหารในระดับชาติ รัฐ และเทศบาล
กรณีอื้อฉาว  "mensalão" (การจ่ายเงินก้อนประจำเดือน) ในปี 2005 พัวพันถึงรัฐมนตรีและผู้นำพรรค PT ผู้ถูกกล่าวหาว่า ติดสินบนนักกฎหมายเพื่อซื้อคะแนนเสียง  ข่าวอื้อฉาวนี้ เกือบล้มรัฐบาลของลูลา เมื่อตัวประธานาธิบดีเอง ถูกขู่ว่าจะถูกฟ้องร้อง
ความผิดดังกล่าว มีส่วนทำให้ รูซเซฟฟ์ สอบตกในการลงคะแนนรอบแรกเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม อย่างที่ ลูลาเองก็สอบตกในปี 2006
ก่อนทศวรรษ 1990  พรรค PT ถูกมองว่าเป็นพรรคใหญ่ที่มี “อุดมการณ์” ในบราซิล  แต่ในคราบรัฐบาล มันได้กลายเป็นนักปฏิบัติ นั่นคือ ผูกมิตรกับพวกหัวหน้าใน “ระบอบคณาธิปไตย” เก่า (old "oligarchs") เช่น อดีตประธานาธิบดี โฮเซ ซาเมย์ (José Sarney, 1985-1990) และรับลูกนโยบายเศรษฐกิจที่อนุญาตให้นายธนาคาร “ทำกำไรอย่างไม่เคยทำได้มาก่อน” ดังที่ตัวลูลาเองยอมรับ
เซอร์รา ยืนอยู่บนทางแยกระหว่างความเชื่อ/อุดมการณ์ส่วนตัว และตำแหน่งปัจจุบันที่พรรคของเขาได้สวมหัวโขนให้  เขาจึงกลายเป็นคนคลุมเครือ  สายตาของเขาเล็งไปที่การเลือกตั้งตามพิธีการ และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับลูลา นักประชานิยม
ผู้ลงสมัครของพรรค PSDB ไม่ได้ปกป้อง รัฐบาลคาร์โดโซ และมาตรการออกนอกระบบ  และเขาได้ให้สัญญาว่า ในอดีต เขาคงจะถูกวิจารณ์ว่าเป็น “ประชานิยม” เช่น การเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำทันที 17.6% และการเพิ่มเงินค่าครองชีพประจำเดือน ที่ครอบครัวยากจนนับล้านได้รับจาก Bolsa Familia ซึ่งเป็นโปรแกมหลักของรัฐบาลลูลา ในการถ่ายโอนเงินอย่างมีเงื่อนไข
สำหรับ รูซเซฟฟ์ ในยามสาว เธอได้นำกลุ่มติดอาวุธต่อสู้ในช่วงทศวรรษ 1960 ด้วยเป้าประสงค์ในการยึดอำนาจ และปฏิวัติให้บราซิลกลายเป็นรัฐสังคมนิยม ตามแบบการปฏิวัติในคิวบา
เสียงวิจารณ์ต่อ “การผจญภัย” ของเธอนั้น ตั้งคำถามต่อบทบรรยายการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ต่อต้านเผด็จการทหาร ซึ่งมักถูกใช้ในทุกวันนี้ เพื่อกล่าวถึงหนุ่มสาวที่เสี่ยงชีวิตและถูกทรมาน หรือฆ่าตายในสงครามสั้นๆ ที่ไม่เท่าเทียมกัน
ชัยชนะของรูซเซฟฟ์สู่ตำแหน่งประธานาธิบดี  และของอดีตผู้ก่อการกบฏต่างๆ สู่ตำแหน่งผู้นำในรัฐบาลและพรรคต่างๆ ในลาตินอเมริกา  รวมทั้ง PSDB ได้เชิดชูชื่นชมประวัติศาสตร์ช่วงนั้นของเหล่าผู้ต่อต้านรัฐบาลยุคนั้น ซึ่งในขณะนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับความตั้งใจเชิงทฤษฎีของพวกเขาเลย และก็ห่างไกลจากแนวคิดประชาธิปไตย
พวกเขาเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ต่อสู้กับเผด็จการอย่างไม่ยอมประนีประนอม ด้วยวิธีการสู้แบบหัวชนฝาต่อการกดขี่ของระบอบในเวลานั้น ที่ริดลอนเสรีภาพในการแสดงออก และสิทธิอื่นๆ
พวกเขายอมเอาตัวเข้าเสี่ยงทุกอย่าง และหลายร้อยคนก็เสียชีวิตเพื่อเป้าหมายที่พวกเขายึดมั่น  รูซเซฟฟ์ได้รับมรดกซีกประชาธิปไตยของความพยศปฏิวัตินั้น
ในฝรั่งเศส กองกำลังต่อต้านนาซีของเยอรมัน ได้รักษาเกียรติภูมิของชาติไว้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อการให้ความร่วมมือกลายเป็นกฎ  แม้ว่าการเคลื่อนไหวนั้น จะเป็นเพียงส่วนน้อย และถูกบงการเบ็ดเสร็จจากนักสู้คอมมิวนิสต์ ที่รับคำสั่งจากมอสโคว์
แต่บางที ตัวอย่างร่วมสมัยที่ดีที่สุดของความขัดแย้งระหว่าง หลักการทางการเมืองและปฏิบัติการในชีวิตจริง คือ ประเทศจีน ที่พรรคคอมมิวนิสต์ กำลังก่อสร้างอำนาจทุนนิยมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษนี้

dt/11-10-10