วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553

จิตพาไป ... ผู้นำ กับ โลกธรรม ๘

โซโลมอนกับแหวนวิเศษ

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ... มีพระราชาผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรฮีบรู พระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า โซโลมอน   วันหนึ่ง พระราชาได้ออกคำสั่งให้เจ้าเมืองต่างๆ หาของวิเศษมาถวายชิ้นหนึ่ง โดยของวิเศษนี้จะต้องมีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกของพระองค์ได้  หากพระองค์มีความทุกข์อยู่ ก็จะทำให้หายจากทุกข์   หากพระองค์มีความสุขอยู่ ก็จะทำให้คลายจากสุขนั้นได้เช่นกัน  ไม่ว่าพระราชาจะกำลังร้องไห้หรือหัวเราะอยู่  ก็จะสามารถหยุดอารมณ์ทั้งสองอย่างนั้นได้

เมื่อครบกำหนด เจ้าเมืองใหญ่น้อยทั้งหลาย ไม่สามารถหาของตามที่พระราชาต้องการได้   ยกเว้นเจ้าเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งที่ได้ส่งสาส์นมาถวายว่า มีแหวนวิเศษที่มีคุณสมบัติตามที่พระราชาต้องการ   พระราชาจึงรีบให้เจ้าเมืองนั้นนำแหวนวิเศษมาถวาย   เมื่อพระราชาเปิดดูแหวนวิเศษ ก็พบว่าเป็นเพียงแหวนทองเรียบ ๆ ธรรมดาวงหนึ่ง  พระราชาจึงสงสัยว่า  เจ้าแหวนวงนี้จะมีความวิเศษได้อย่างไร  แต่เมื่อพระราชาเริ่มใช้แหวนวงนี้อย่างจริงจัง  ก็พบว่าแหวนวงนี้ สามารถเปลี่ยนอารมณ์ของพระองค์ได้จริง ๆ ไม่ว่าพระองค์จะกำลังมีความสุข หรือมีความทุกข์อยู่ก็ตาม   ทั้งนี้เพราะแหวนทองเกลี้ยงวงนั้น มีข้อความสั้น ๆ สลักไว้ว่า

แล้วสิ่งนั้นจะผ่านพ้นไป

ยามใดที่พระราชามีความสุข ความยินดี หรือ มีความทุกข์ ความโกรธ ความกังวลไม่สบายใจใด ๆ เมื่อพระองค์มองไปที่แหวนวงนี้  พระองค์ก็จะได้สติคืนมา ว่า แล้วสิ่งนั้นจะผ่านพ้นไป ทำให้พระองค์เข้าใจว่าสิ่งที่พระองค์กำลังประสบอยู่ไม่ว่าสุขหรือทุกข์มันไม่จีรังยั่งยืน  เกิดขึ้นมาแล้ว ก็ย่อมละจากไป

นับตั้งแต่นั้นมา  พระราชาก็ไม่คิดที่จะนำความทุกข์มาเป็นอารมณ์สร้างความกังวล   เมื่อมีความสุข  ก็ไม่ได้ยึดติดกับความสุขนั้น  ทำให้พระราชาสามารถตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง  และตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนของพระองค์  จนเป็นที่รักใคร่เทิดทูน ว่าเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ไม่เพียงแต่ของประชาชนในยุคของพระองค์  แต่ยังกลายเป็นตำนานเล่าลือสืบต่อกันมา แม้พระองค์จะสิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว

ในการดำเนินชีวิตของคนเรา  ทุกคนย่อมต้องประสบกับโลกธรรม 8 คือ เมื่อได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็ต้องมีเวลาของการเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์  อันเป็นธรรมดาโลก   หากเราสามารถเตือนสติตัวเองได้ว่า แล้วสิ่งนั้นจะผ่านพ้นไป ก็จะช่วยให้เราทำใจเป็นกลาง เป็นปกติได้

เมื่ออารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ เกิดขึ้น เช่น หงุดหงิด โกรธ น้อยใจ เสียใจ ขี้เกียจ วิตกกังวล หรือมีความรู้สึกตื่นเต้นยินดี พอใจใดๆ ก็ตาม  ขอให้เรามีสติไว้  ปรับปรุงลมหายใจยาวๆหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆให้เกิดความรู้สึกตัว รักษาใจเป็นกลางๆ ทำใจให้สงบ  ทำใจให้ปล่อยวางว่า แล้วสิ่งนั้นจะผ่านพ้นไป

เมื่อมีทุกข์ ทุกข์นั้นไม่ใช่สิ่งจีรังยั่งยืน
ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะนำความทุกข์นั้นมาเป็นความกังวล
เมื่อมีสุข สุขนั้นก็ไม่จีรังยั่งยืนเช่นกัน
เราไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยง เป็นอนิจจัง

จากหนังสือ โชคดี พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
ข้อคิดจากหลวงพี่จรินทร์รูปเดิม ส่งต่อโดย Kokaew Wongphan ณ วันที่ 19 ธันวาคม 2010 เวลา 22:22 น.


วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553

จิตพาไป...เซน

ยังมีบัณฑิตผู้หนึ่ง เดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อหวังเข้าร่วมการสอบจอหงวน   ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว  ในระหว่างที่รอให้ถึงเวลาสอบ  บัณฑิตได้ขออาศัยอยู่ที่วัดเซนแห่งหนึ่ง      

ในคืนก่อนสอบ เมื่อบัณฑิตล้มตัวลงนอนหลับไป เขาได้ฝันถึงเหตุการณ์สามเรื่อง ดังนี้ ความฝันที่หนึ่ง: เขาปีนขึ้นไปปลูกผักกาดขาวอยู่บนกำแพง    ความฝันที่สอง : ในฝันฝนตก ส่วนเขาก็สวมงอบทั้งยังกางร่มอีกคันหนึ่ง   ความฝันสุดท้าย : เขานอนอยู่คู่กับหญิงสาวที่เขาแอบรัก ทั้งสองเปลือยเปล่าแต่กลับนอนหันหลังชนกัน              

พอรู้ตัวตื่นขึ้น ความฝันทั้งสามก็ยังรบกวนจิตใจเขามาก จนบัณฑิตหนุ่มต้องรีบไปหาหมอดู เพื่อขอให้ช่วยทำนายไขปริศนาในฝันให้กระจ่าง   เมื่อหมอดูได้ฟังเรื่องราวความฝันทั้งหมด ก็กล่าวอย่างมั่นใจว่า "พ่อหนุ่มจงเดินทางกลับบ้านไปเถิด การสอบครั้งนี้คงไม่ราบรื่น เจ้าลองคิดดู  การปลูกผักบนกำแพงย่อมไม่เห็นผล มิใช่เสียแรงเปล่าดอกหรือ?  ส่วนการใส่งอบแล้วยังกางร่ม ก็เป็นการทำสิ่งที่เกินความจำเป็น และการได้นอนคู่กับหญิงสาวที่รักแต่กลับหันหลังให้กัน นั่นก็หมายถึงอยากกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดแต่กลับไร้ซึ่งความหวังนั่นเอง"              

เมื่อจบคำทำนาย บัณฑิตหนุ่มรู้สึกห่อเหี่ยว หมดอาลัยตายอยาก เห็นคล้อยว่าความฝันทั้งสาม คงเป็นลางบอกเหตุล่วงหน้าถึงผลการสอบจอหงวนของตน   จึงก้มหน้าเดินทางกลับวัดเซน เพื่อเก็บข้าวของเตรียมตัวกลับบ้าน              

พอกลับมาถึงวัด บัณฑิตหนุ่มบังเอิญได้พบอาจารย์เซน จึงถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดให้อาจารย์เซนฟัง พร้อมทั้งกราบลา  ทว่าอาจารย์เซนกลับกล่าวตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า "ข้าเองก็สามารถทำนายฝันได้เช่นกัน แต่ข้ากลับเห็นว่า ความฝันของเจ้าตีความได้อย่างนี้  ความฝันแรก การได้ปีนขึ้นไปปลูกผักบนกำแพงสูง ย่อมหมายความว่า เจ้าจะสอบติดในตำแหน่งสูง (คำว่า ที่แปลว่า "ปลูก" พ้องเสียงกับคำว่า ที่แปลว่า "ตรงกลางเป้า")  ความฝันต่อมา การสวมงอบและกางร่ม ก็หมายถึง การสอบครั้งนี้เจ้าได้เตรียมตัวมาอย่างดีแล้ว ไม่มีทางพลาด  และความฝันสุดท้าย การนอนเปลื้องผ้าหันหลังชนกับหญิงที่แอบรัก มิใช่แปลว่า เพียงแค่พลิกตัวความสำเร็จก็อยู่แค่เอื้อมหรอกหรือ?"              

บัณฑิตหนุ่มได้ฟังดังนั้น ก็คล้อยตาม เห็นว่าการทำนายฝันของอาจารย์เซนก็มีเหตุผล   จึงตัดสินใจรั้งอยู่เพื่อเข้าร่วมการสอบ    ในที่สุด เมื่อผลสอบประกาศออกมา ปรากฏว่าเขาทำสำเร็จ สอบติดในตำแหน่ง "ท่านฮวา" (ชื่อตำแหน่ง ของผู้สอบติดในลำดับที่ 3 ในการเข้ารับราชการของประเทศจีนโบราณ)             

ปัญญาเซน : ความฝันเดียวกันแต่ตีความได้หลายแบบ สาเหตุเกิดจากสภาวะจิตใจที่แตกต่างของผู้ฝัน และผู้ฟัง ความกระตือรือล้นและการมองโลกในแง่งามจะเป็นตัวผลักดันพฤติกรรม ให้เลือกกระทำในสิ่งซึ่งนำความสำเร็จมาสู่ตน

แบ่งปันจากหลวงพี่จรินทร์
ส่งต่อโดย กอแก้ว วงศ์พันธุ์, 17 ธันวาคม 2010