วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2554

มหันตภัยที่ญี่ปุ่น 3-11-11: ภัยธรรมชาติ และภัยมนุษย์สร้าง

จากกระทู้ข่าว ชาวเน็ตฯ จีน ยกย่องวินัยฯ ญี่ปุ่นในยามวิกฤติ

ในยามวิกฤติ เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหว-สึนามิถล่มญี่ปุ่น สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น คือ ความวุ่นวาย ที่เกิดจาก ความไม่มีวินัยของมนุษย์ ผู้อาศัยอยู่ร่วมกัน
วินัยของชาวญี่ปุ่น ทำให้ทุกชีวิตในโลกนี้ได้เห็นเป็นตัวอย่าง
ขอขอบคุณ ชาวญี่ปุ่น ที่ใช้ชีวิตให้ได้เห็น "วินัย"
หลังจากรถไฟหลายขบวนระงับการให้บริการ ประชาชนจำนวนมาก ต้องอดทนยืนรออย่างเป็นระเบียบ และอาการสงบ (ภาพเอเยนซี) เอเยนซี - ทั่วโลกได้เห็นภาพชีวิตหลังแผ่นดินไหวของชาวญี่ปุ่น
เช่นเดียวกับชาวเน็ตฯจีน ซึ่งได้ส่งต่อแพร่หลาย ชื่นชมวินัย และท่าทีอันสงบของผู้คนในประเทศ ด้านผู้นำจีนสนทนาทางโทรศัพท์แสดงความเสียใจต่อองค์จักรพรรดิอากิฮิโตะ พร้อมส่งมอบความช่วยเหลือฯ ให้ญี่ปุ่นฝ่าวิกฤติ
ขณะที่ชาวญี่ปุ่นในหลายจังหวัดทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ กำลังเผชิญผลกระทบหลังจากแผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์สึนามิครั้งร้ายแรงในวันศุกร์ที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา วิกฤตด้านนิวเคลียร์ยังไม่มีทีท่าจะสิ้นสุดและดูว่าจะเลวร้ายขึ้น พร้อมกับความกังวลเกี่ยวกับภาวะการขาดแคลนอาหาร และพลังงาน การคมนาคมเป็นอัมพาต รถไฟโดยสารมากกว่า 100 สายในกรุงโตเกียวปิดให้บริการเป็นบางส่วน หรือทั้งหมด ซ้ำบรรยากาศยังเลวร้ายยิ่งขึ้น เมื่อมีรายงานข่าว ซึ่งอ้างผู้เชี่ยวชาญที่ระบุว่า มีโอกาสมากที่จะเกิดแผ่นดินไหวอีกครั้ง
ชาวญึ่ปุ่นที่ยืนเข้าคิวเพื่อใช้โทรศัพท์สาธารณะ (ภาพเอเยนซี) นายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ของญี่ปุ่นกล่าวในวันอาทิตย์ที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า ภัยพิบัติครั้งนี้นับว่าเป็นวิกฤตร้ายแรงที่สุดของประเทศนับตั้งแต่ สงครามโลกครั้งที่ 2
แต่กระนั้น ภาพที่โลกได้เห็นคือ ผู้คนที่มีสีหน้าสงบนิ่ง และมีสติพอที่จะอยู่ในระเบียบวินัย ไม่มีข่าวคราวความวุ่นวายโกลาหล ลักขโมย หรือฉกฉวยโอกาสซ้ำเติมเอาเปรียบจากเคราะห์กรรมของเพื่อนมนุษย์
ชาวเน็ตฯ จีนส่วนใหญ่ ได้เห็นภาพเหล่านี้ ต่างส่งต่อแสดงความเห็นในทางชื่นชม ว่าแม้สองชาติจะมีประวัติศาสตร์ที่ร้าวฉานกันอย่างถึงที่สุด แต่เราชาวจีนก็คงได้เรียนรู้ และยอมรับในบุคลิกลักษณะนิสัยอันน่ายกย่องโดยเฉพาะจิตสำนึกสาธารณะของคนญี่ปุ่น
ชาวเน็ตฯ จีนจำนวนมาก พบว่าความสงบนิ่งในยามวิกฤติใหญ่นี้ สะท้อนคุณภาพจิตใจที่พัฒนามาอย่างดี พร้อมกันนี้ ต่างพิมพ์ข้อความให้กำลังใจ และขอให้ชาวญี่ปุ่นได้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยดี ในเร็ววัน
ด้านรัฐบาลจีน หลังจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ส่งทีมกู้ภัยชุดแรกไปให้การช่วยเหลือญี่ปุ่น จำนวน 15 คนแล้ว ล่าสุด รัฐบาลส่งมอบเงินให้ญี่ปุ่น 30 ล้านหยวน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ ในเบื้องต้น และเริ่มจัดส่งวัสดุบรรเทาทุกข์ อาหาร เต็นท์ ผ้าห่มต่างๆ จากสนามบินนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตงไปยังญี่ปุ่นแล้วเช่นกัน
นอกจากนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (14 มี.ค.) ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา ยังได้สนทนาทางโทรศัพท์กับองค์จักรพรรดิอากิฮิโตะ เพื่อแสดงความห่วงใย และเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกล่าวว่า จีนขอร่วมมือกับญี่ปุ่นในทุกทางเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้
ภาพเด็กนักเรียนประถมในโรงเรียนแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งได้ทำตามขั้นตอนที่ฝึกซ้อมฯ (ภาพเอเยนซี)
ประชาชนที่ตกค้างพลัดที่อยู่ กำลังเฝ้ารอคำแนะนำของทางการฯ โดยต่างไว้วางใจในรัฐบาลและพร้อมให้ความร่วมมือ ในการเผชิญวิกฤติ ขณะเจ้าหน้าที่ฯ เร่งส่งความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และทั่วถึง (ภาพเอเยนซี)
กลุ่มประชาชนที่ถูกจัดให้ไปอยู่อาศัยชั่วคราวในโรงเรียนแห่งหนึ่ง (ภาพเอเยนซี)
ท่ามกลางความยุ่งยาก แต่กลับไม่พบความวุ่นวาย และเด็กกับสตรีจะได้รับความช่วยเหลือก่อนเสมอ (ภาพเอเยนซี)
ประชาชนเหล่านี้ต้องเดินเท้ากลับบ้าน ซึ่งบางคนอยู่ไกลออกไปถึงเกือบ 20 กิโลเมตร หลังถนนหลายสายถูกตัดขาด และบริการขนส่งสาธารณะเป็นอัมพาตเกือบหมด (ภาพเอเยนซี)
แม้จะเหน็ดเหนื่อยอยากนอนเหยียดเท้า แต่ทุกคนยังคงมีสติพอที่จะเบียดตัวนั่งชิดขอบราวบันได เพื่อไม่ให้กีดขวางทางขึ้น-ลง แม้ว่าจะไม่มีคนเดินในขณะนั้นเลยก็ตาม (ภาพเอเยนซี)
ภาพจากวงจรปิด เผยให้เห็น กลุ่มครูในสถานเลี้ยงเด็กเล็กช่วยกันห้อมล้อม คร่อมตัวป้องกันเด็กๆ ในตอนแผ่นดินไหว (ภาพเอเยนซี)

……..
ปล  ข่าวนี้ (จากจีน) มีนัยเป็นการสั่งสอนชาวจีน ไปในตัว แต่ภาพชาวญี่ปุ่นที่ฉายออกมาแข็งทื่อและเชื่อง ซึ่งต่างกับความเห็นที่ปรากฏบน Facebook ที่ชาวต่างชาติแสดงความประทับใจ ไม่เพียงต่อความสงบ มีวินัยของชาวญี่ปุ่น แต่ซาบซึ้งใน น้ำใจ ความกล้าหาญ ไม่กลัวราน เห็นแก่ตัว ตัดช่องน้อยแต่พอตัว ... ในยามวิกฤต ยังมีจิตอาสา สำนึก คิดถึงคนอื่น เช่น แบ่งปันอาหาร เปิดบ้านให้ใช้ห้องน้ำ ฯลฯ

แรงงานก็เป็นมนุษย์เช่นกัน: สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วย

สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยฯ
ขอไว้อาลัยให้กับการจากไปของ

พี่ทองใบ  หนูมั่น
อายุ 61 ปี

  ขอให้หลับให้สบายเถอะนะ พี่ทองใบ หนูมั่น
พี่เหนื่อยมามากแล้ว กับการต่อสู้คดีที่ยืดเยื้อยาวนานถึง 15 ปี และ
อาการเจ็บป่วยด้วยโรคบิสซิโนซิส ปอดเสื่อมสมรรถภาพ ตลอดชีวิต


หลังจากที่พี่ทองใบได้รับเงินชนะคดีที่ศาลฎีกาพิพากษา  ร่วมกับเพื่อนๆ 37 คนเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2553ที่ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากโรงงานทอผ้า พี่ทองใบก็ป่วยอ่อดๆแอ่ดเป็นหวัดไอตลอดงาน15 ปีคดีทอผ้า  ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ พี่ทองใบ ก็ไม่ได้มาทราบว่าป่วย และได้จบชีวิตลงอย่างสงบด้วยหัวใจล้มเหลว  เมื่อ วันที่ 27 กุมภาพันธ์  2554   ญาติตั้งศพสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศล   ที่วัดบางเดื่อ จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 27-2 มีนาคม 2554และจะทำการณาปนกิจศพในวันพฤหัสที่  3มีนาคม 2554  เวลา 15.00 สามีของพี่ทองใบ ที่เป็นโรคเบาหวานจนต้องตัดขา ที่พี่ทองใบยังมีชีวิตอยู่  พี่แกก็จะเป็นห่วงเป็นใย สามีของแก ดูแลสามีของแกอย่างดีมาตลอด วันนี้เราได้ยินสามีของพี่ทองใบแกพูดอย่างเศร้าโศกเสียใจว่า จัดงานทำให้เขาดีๆนะ เพราะมันเป็นเงินของเขาที่ได้มาจากการชนะคดี
พี่ทองใบ หนูมั่น เป็นผู้หญิงชาวบ้านธรรมดาๆคนหนึ่งที่ต้องขายแรงงานมาเลี้ยงจุนเจือครอบครัวและส่งลูกทั้ง  2 คนของแกเรียนจนจบ  แกเข้าโรงงานทอผ้าตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยป้าจำเนียรเป็นคนฝากเข้าพี่ทองใบ ทำงานอยู่แผนกปั่นด้ายโรง 3 เป็นพนักงานประเภท ก สายเขียว  มีหน้าที่ลงด้ายเอาใส่ลัง หลังเขนไปส่งแผนกโอโตคอนเนอร์ พอป่วยยื่นเรื่องเข้ากองทุนเงินทดแทนและเป็นหนึ่งจากเกือบ 200 คนที่ถูกนายจ้างฟ้องเพิกถอนคำวินิจฉัยของกองทุนเงินทดแทน และฟ้องศาลว่า ไปป่วยจากการทำงานเช่นเดียวกับเพื่อนคนงานอื่นๆอีกโดยคดีนี้ศาลยกฟ้องนายจ้าง  เชื่อว่าคนงานป่วยจากการทำงานจริง ต่อมาพี่ทองใบ  ก็ตัดสินใจเข้าร่วมรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ 37 คนเป็นโจทก์ฟ้องโรงงาน เพื่อเรียกค่าเสียหายที่สูญเสียสมรรถภาพปอดและไม่สามารถทำงานอะไรได้อีกต่อไป ต้องลาออกมาอยู่กับบ้านช่วยสามีขายต้นไม้ประดับระยะหนึ่งก็ต้องเลิกทำ เพราะทำไม่ไหว   
ตลอดระยะเวลาของการต่อสู้พี่ทองใบเป็นสมาชิกที่ดีมากคนหนึ่ง  แกไม่เคยท้อแท้เป็นผู้สนับสนุนและผู้ตามที่ดี  กับการร่วมต่อสู้กับกลุ่มผู้ป่วยมาด้วยดีตลอด   คำพูดที่ได้ยิน พี่ แกพูดด้วยทุกครั้งเมื่อถามแก แกก็จะตอบอย่างสม่ำเสมอ พี่เหนื่อยมาก เภา หายใจไม่ค่อยออก เดินไม่ค่อยไหว เมื่อไหร่คดีจะตัดสินสักที พี่จะไปไม่ไหวแล้ว แต่ทุกนัดที่มีการประชุมหรือทำกิจกรรมของกลุ่ม  พี่ทองใบ ก็จะเป็นสมาชิกที่ดี  มาร่วมกิจกรรมไม่ค่อยขาด โดยมาคู่กับป้าเนียรเสมอ นอกเสีย จากว่า วันไหนมาไม่ไหว  ก็จะบอกว่าแย่ไม่สบายพี่ทองใบจะเป็นคนพูดน้อย  ไม่เคยมีปัญหากับใครเลยพี่ทองใบจะเป็นสมาชิกที่ดี สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยฯและเพื่อนๆคนป่วยทุกคนที่ต่างจะพึ่งรู้สึกยินดีที่ได้รับชัยชนะ  กลับต้องมารู้สึกเศ้ราสลดใจเสียใจอย่างมาก  ไม่นึกเลยว่าพี่ทองใบ  จะต้องมาจากพวกเราไปไวอย่างนี้ โดยไม่มีวันกลับซึ่งพี่ก็ยังไม่ได้ใช้เงินของพี่เลย  ถ้าชาติหน้ามีจริง เภาขอให้พวกเราได้มาพบเจอกันเป็นเพื่อนกันอีก  แต่ขอให้มาพบเจอกันด้วยรอยยิ้มที่เป็นคน  มีสุขภาพอนามัยแข็งแรงดี ไม่ต้องมาเจ็บป่วยเรื้อรังทุกข์ทรมานเพราะการต้องสูญเสียปอดไปอย่างนี้อีกเลยนะ
หลับให้สบายเถอะนะจ้ะพี่ทองใบ  หนูมั่น ต่อไปนี้  พี่ไม่ต้องมาทนหายใจ เหนื่อยหอบอย่างพวกเราอีกต่อไปแล้ว  พี่ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว  คดีก็ชนะแล้ว สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ ที่พวกเราพยายามทุ่มเท  สละทั้งแรงกายแรงใจทุนทรัพย์เท่าที่ผ่านมากำลังจะสำเร็จ  เพื่อความหวังที่จะป้องกันพี่น้องลูกหลานผู้ใช้แรงงานของเราจะได้ไม่ต้องมาสูญเสียสุขภาพอย่างพวกเรา เภากำลังจะร่วมยกร่างสถาบันฯนี้กับกระทรวงแรงงาน ในวันที่ 3 มีนาคมที่จะถึงนี้แล้ว  จะพยายามทำอย่างเต็มที่ให้สมกับเจตนารมณ์ของพี่ทองใบและเพื่อนๆทุกคน ขอให้ดวงวิญญาณของพี่ทองใบ  จงไปสู่สุคติด้วยเทอญ
           
3-1-11